ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ "ปุ๋ย"

Updated: Feb 10, 2021

"ปุ๋ย" มีกี่ชนิด อาจมีบางคนสับสนเกี่ยวกับปุ๋ยว่า แล้วแท้จริงแล้วนั้นปุ๋ยมีกี่ประเภท หรือกี่ชนิด ผมไม่แน่ใจว่าใช้คำพูดนี้จะถูกหรือไม่ครับ และแต่ละชนิดนั้นมีข้อแตกต่างกันอย่างไร ปุ๋ยที่เราใช้ที่เรารู้จักนั้นมีอยู่หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยพืชสด โดยทั่วไปเราอาจสามารถที่จะแบ่งปุ๋ยออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ด้วยกันครับ ซึ่งได้แก่


ปุ๋ยเคมี

ปุ๋ยเคมี เป็นปุ๋ยที่ได้จากสารที่สังเคราะห์ขึ้นมาให้มีธาตุอาหารแบบเข้มข้น ทำให้ไม่ต้องใส่ปุ๋ยเยอะและใช้แรงงานน้อยลงในการทำงาน

เกษตรกรมักเลือกใช้ปุ๋ยเคมีในการแก้ปัญหาต่างๆ แต่แก้ปัญหาได้เพียงเฉพาะหน้าไปเรื่อยๆ เท่านั้น โดยลืมคำนึกถึงผลเสียจากสารเคมีในระยะยาวด้วย

ราคาปุ๋ยเคมีค่อนข้างสูง และจะช่วยเสริมให้พืชผลเจริญเติบโตเท่านั้น แต่จะไม่ช่วยในการบำรุงดินปุ๋ยเคมีชนิดบำรุงดินจะเห็นผลช้ากว่า จึงไม่เป็นที่นิยมนัก

มักเกิดผลตกค้างที่มีฤทธิ์เป็นกรด หรือเป็นเกลือ ทำให้ดินเสียหาย เร่งการสลายตัวของอินทรียวัตถุในดิน และการปล่อยธาตุอาหารทำให้ดินเสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็ว ถ้าใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน เมื่อเกิดความเสื่อมโทรมลง ก็จะต้องเพิ่มอัตราการใช้ปุ๋ยเคมีมากขึ้น สุดท้ายก็นำมาด้วยสาเหตุของต้นทุนสูง และขาดทุนในที่สุด


รูปตัวอย่างหินฟอสเฟต


ซึ่งบางครั้งเราอาจได้ยินชื่อเหล่านี้ครับ ซุปเปอร์ฟอสเฟต, แอมโมเนียฟอสเฟต โดยปุ๋ยเหล่านี้คือปุ๋ยเคมี เป็นธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชเป็นหลักครับ ตัวอย่างปุ๋ยเคมีที่เราอาจจะเคยเห็นหรือเคยได้ยินเช่น ปุ๋ยยูเรีย, เช่น 46-0-0 เป็นต้น


ปุ๋ยอินทรีย์

คือปุ๋ยที่ได้มาจากการหมักอินทรีย์วัตถุ พูดแบบชาวบ้าน หรือบ้านเฮาก็คือ พวกซากพืช ซากสัตว์ หรือพวกมูลสัตว์ที่เราเรียกว่าปุ๋ยคอกครับ


ปุ๋ยอินทรีย์นั้นแบ่งได้เป็น 2 ประเภทครับ

  1. ปุ๋ยอินทรีย์ชนิดน้ำ เช่น พวกน้ำหมักต่าง ๆ จากการที่เรานำผลไม้ เศษอาหารนำมาทำการหมักและได้น้ำหมักมาใช้ในการฉีดต้นไม้

  2. ชนิดแห้ง ได้แก่ ปุ๋ยหมักจุลินทรีย์ ปุยหมักชีวิภาพ หรือปุ๋ยคอกก็ถือได้ว่าเป็นชนิดแห้งนะครับ


ตัวอย่างปุ๋ยอินทรีย์

ปุ๋ยชีวภาพ

ปุ๋ยชีวภาพ หรือบางครั้งก็เรียกกันว่า ปุ๋ยจุลินทรีย์ เป็นปุ๋ยที่ได้จากการนำเอาจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อดินและพืชมาเพราะเลี้ยงจำนวนหลาย ๆ มาก ๆ แล้วใส่ลงในดินที่จะทำการเพราะปลูกครับ เพื่อให้จุลินทรีย์มันเจริญเติบโต เพิ่มปริมาณและสร้างสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อดินทำให้ดินอุดมสมบูรณ์ครับ จุลินทรีย์ที่ใช้ทำปุ๋ยชีวภาพนั้นมีหลายชนิด เช่นเชื้อรา แบคทีเรีย สาหร่าย เถ้าแก่น้อย เฮ้ยไม่ใช่ครับ สาหร่ายสีเขียนแกมน้ำเงินครับ และสุดท้ายแต่อาจจะไม่ท้ายสุดคือ โปรโตซัว


คราวนี้เราลองมาดูว่าปุ๋ยชีวภาพนั้นแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม

  1. ปุ๋ยชีวิภาพที่ใช้ตรึงไนโตรเจนออกจากอากาศ ซึ่งจุลินทรีย์ที่สามารถตรึงไนโตเจนจากอกาศได้ซึ่งอาศัยอยู่อย่างอิสระในดิน รากพืช และในน้ำ เช่น สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน, อโซโตแบคเตอร์ แหนแดง


แสดงภาพแหนแดง และสาหร่ายสีเขียแกมน้ำเงิน

ประโยชน์ เมื่อมันทำการตรึงไนโตเจนจากอากาศมาได้ก็จะปล่อยสารประกอบไนโตรเจนออกมา ซึ่งพืชก็จะได้ประโยชน์นั่นเอง จากสารประกอบไนโตรเจนครับทำให้พืชนำไปสร้างใบ สร้างเนื้อเยื่อต่อไป


2. ปุ๋ยชีวิภาพที่ทำให้พืชได้รับธาตุอาหาร คือมันช่วยให้พืชได้รับธาตุอาหาร ซึ่งหลาย ๆ คนอาจจะเคยได้ยินคำว่า ฮอร์โมนบำรุงพืช ไม่ใช่หนังเรื่องฮอร์โมนนะครับ


ปุ๋ยชีวภาพอื่น ๆ ที่สำคัญอีกตัวคือเจ้าปุ๋ยชีวภาพไมโคไรซา ซึ่งประโยชน์หลักคือเพิ่มฟอสเฟต ที่มีอยู่แล้วในดิน ซึ่งมันถูกทำมาจากเชื่้อจุลินทรีย์ไมโคไรซา ซึ่งมันเป็นเชื้อราชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่ในดิน โดยเจ้าเชื้อราชนิดนี้จะช่วยเพิ่มพื้นที่ผิดรากฝอยที่สัมผัสกับดินทำให้ระบบรากพืชสามารถดูธาตุอาหารได้มากยิ่งขึ้นครับ และนอกจากนี้มันยังช่วยสะสมน้ำและแร่ธาตุอาหารที่สำคัญไว้ให้กับต้นไม้เราด้วย ประโยชน์ที่นิยมนำเชื้อรานี้มาใช้ก็คือมันสามารถย่อยสลายธาตุฟอสฟอรัสที่อยู่ในดินแต่อยู่ในรูปที่พืชนำมาใช้ไม่ได้ เนื่องจากฟอสฟอรัสนั้นถูกเม็ดดินยึดจับไว้จนแน่น และค่อย ๆ ปลดปล่อยออกมา เดียวเราค่อยมาคุยต่อกันเรื่อง ปุ๋ยจำพวกนี้นะครับ


ก็ขอจบคร่าว ๆ เพียงเท่านี้ ครั้งหน้าจะมาแชร์เรื่องการทำปุ๋ยชีวภาพกันนะครับ ทำไว้ใช้กันเอง สะบาย ๆ

สวัสดีครับ

19 views0 comments